วินาทีที่คู่ S ส่งสัญญาณก่อน
แกน S ที่มักถูกเข้าใจผิดว่าเฉื่อยชา จริงๆ แล้วส่งสัญญาณที่ละเอียดอ่อนอย่างต่อเนื่อง
ถ้าสรุปคู่แกน S ว่า "เฉื่อยชา" คุณจะพลาดความสัมพันธ์ไปหลายส่วน S ไม่ได้ไม่ส่งสัญญาณ แต่ส่งด้วยภาษาที่ต่างไป เท่านั้นเอง
5 ภาษาสัญญาณของ S
1. มุมของท่าทาง
วินาทีที่คู่ S เอนตัวเข้าหาคุณ หรือซ้อนขาเล็กน้อย — นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดของ "เริ่มได้แล้วนะ" ถ้าแกน D ส่งสัญญาณด้วยคำพูด S ก็ส่งสัญญาณด้วยท่าทาง
2. ความยาวของการสบตา
การจ้องที่ยาวกว่าปกติ 0.5 วินาที โดยเฉพาะตอนที่บทสนทนาหยุดชั่วครู่ หากเขามองคุณโดยไม่พูดอะไร นั่นคือวินาทีของการขอ อย่าตอบสนองด้วย "มองอะไรเหรอ" รับสายตานั้นไว้คือคำตอบที่ถูกต้อง
3. การสัมผัสมือแบบ "บังเอิญ"
มือสัมผัสกันตอนดูหนัง หรือนิ้วแตะกันตอนยื่นแก้วน้ำ S มักใช้วิธี อาศัยความบังเอิญในการเปิดอนุญาต
4. คำตอบที่ช้าลง
ถ้าคำตอบของคำถามช้าไปหนึ่งจังหวะ — ทิศทางของอารมณ์กำลังเปลี่ยน S ยิ่งเป็นอารมณ์ที่ตอบทันทีได้ยาก ความเงียบยิ่งยาว ในจังหวะนี้อย่าเพิ่มคำถามอื่น แค่อยู่กับความเงียบนั้นด้วยกัน
5. จังหวะของลมหายใจ
สัญญาณที่ละเอียดที่สุด เมื่อลมหายใจเริ่มลึกและหายใจออกช้าๆ แสดงว่ากำลังคลายความตึงและเปิดใจ ในทางตรงกันข้าม ถ้าลมหายใจตื้นลง แปลว่าตอนนี้จังหวะเร็วเกินไป
สิ่งหนึ่งที่คู่ D ควรรู้
"ทำไมไม่พูดก่อน" มักเป็น คำขอที่เป็นไปไม่ได้ สำหรับ S เพราะภาษาของ S เป็นแบบไม่ใช้คำพูดอยู่แล้ว
ใช้คำถามนี้แทนจะมีประสิทธิภาพ
"ตอนนี้ทำได้ไหม"
ประโยคเดียวนี้ S สามารถตอบได้สามแบบคือ ใช่ ไม่ใช่ หรือ "อีกสักครู่" ภาระในการตอบลดลง คำตอบที่ตรงไปตรงมาก็จะออกมา
ถึงคู่ S
สัญญาณของคุณละเอียดอ่อนเพียงพอแล้ว เพียงแต่ถ้าอีกฝ่ายเป็นแกน D การเพิ่มภาษาเข้ามาอีกหนึ่งภาษา จะช่วยความสัมพันธ์ได้มาก
"มาที่ข้างๆ นี้สิ" "วันนี้ให้เธอเริ่มนะ"
ต้องใช้เวลาในการคุ้นเคย แต่เพียงคำพูดบรรทัดเดียว ภาษากายของคุณจะถูกส่งถึงได้แม่นยำกว่ามาก







